Let's begin with our name - noburo


1.1 Clarity is Power - ความชัดเจนคือพลัง


จะทำการสิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะแก้หนี้ให้ได้ผลก็เช่นกัน ต้องเริ่มจากแผนปลดหนี้ที่ชัดเจน ยิ่งเป้าหมายชัดเจนเท่าไหร่โอกาสสำเร็จก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น หันกลับมามองที่พวกเราชาวโนบูโร จะช่วยคนอื่นแก้หนี้ เป้าหมายของพวกเราชัดเจนแล้วหรือยัง? อะไรคือ “เหตุผลของการมีอยู่” ของพวกเรา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเราได้กลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง และต่อไปนี้คือบทสรุปเรื่องราวความหมายของการดำรงอยู่ของพวกเรา ชาวโนบูโร


1.2 Ikigai Branding


เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เราได้รับเกียรติจากพี่บี๋ ปรารถนา จริยวิลาศกุล นักสร้างแบรนด์ชื่อดัง ที่ปั้นแบรนด์ให้ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เฉิดฉายติดตลาดเจ้าแล้วเจ้าเล่า พี่บี๋ใช้หลักการออกแบบที่เรียกว่า Ikigai Branding หรือการสร้างแบรนด์ที่ดึงชีวิต-จิตวิญญาณของแบรนด์ออกมาพรีเซนต์ผ่านการค้นหาความหมายของการดำรงอยู่ของแบรนด์ตามหลัก Ikigai ก่อนจะได้เจอพี่บี๋ พวกเราเคยคิดว่า สตาร์ทอัพเพื่อสังคมอย่าง noburo ที่ทำธุรกิจแบบ B2B2C นั้นไม่มีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้งเท่าไหร่นัก ตอนนั้นเรามั่นใจมากว่า positioning ของเราแน่นอยู่แล้ว ปัญหาสังคมและวิธีการของ noburo ก็คือ “แก้หนี้ด้วยความรู้ ทุน(สินเชื่อ) และเทคโนโลยี


1.2 Corporate Credo


แต่ว่า แค่เพียงวันแรกที่เราได้เจอกับพี่บี๋ พี่บี๋ทำลายความเชื่อที่ผิดๆของเราเสียหมดสิ้น “แบรนด์คือพื้นฐานของการสร้างธุรกิจ บริษัทที่มีแบรนด์ที่แข็งแรงจะมีลูกค้าคอยปกป้องเราแม้ในวันที่เราทำพลาด” พี่บี๋ยืนยัน นอกจากนี้พี่บี๋ยังบอกต่อด้วยว่าการสร้างแบรนด์ที่ดีจะทำให้แบรนด์คงอยู่ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน เราจะได้เข้าไปครองใจของลูกค้า ในที่สุดทั้งแบรนด์และลูกค้าจะหลอมรวมกลายเป็นทีมเดียวกัน


พื้นฐานสำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์คือการทำ Corporate Credo หรือ บทบัญญัติขององค์กร คำว่า Credo มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน แปลว่า “I believe” Corporate Credo ก็คือ ความเชื่อหนึ่งเดียวกันของทุกคนในองค์กร ที่จะนำพาให้ทุกคนในองค์กรคิดหรือแสดงออกไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง Corporate Credo ในภาษาของสตาร์ทอัพก็คือวัฒนธรรมองค์กร (culture) ที่เข้มแข็งนั่นเอง หากแต่ว่า Credo นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่า เปรียบเสมือนบัญญัติ 10 ประการของศาสนาคริสต์ หรือ คำมั่นสัญญาที่จารึกไว้ในศิลาจารึกอย่างถาวร ยังไงอย่างนั้นเลย


1.3 Five Questions - Big Answers


การสร้าง Corporate Credo เริ่มจากการตอบคำถาม 5 คำถามเพื่อให้ได้มาซึ่ง 5 องค์ประกอบสำคัญ:

  1. BIG WHY : Our Purpose เหตุผลอันยิ่งใหญ่ที่เราจำเป็นต้องดำรงอยู่บนโลกใบนี้ มีเป้าประสงค์อันใดกัน

  2. WHAT : ประสบการณ์แห่งคุณค่าที่เราส่งมอบให้กับ ลูกค้าของเรา และในเวลาเดียวกันเพื่อดูแลโลกของเราไปพร้อมๆกัน

  3. WHO : ผู้คนที่เราอยากจะช่วยเปลี่ยนชีวิตของเขาให้ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ด้วยการมอบ WHAT ให้ (แล้วจึงค่อยขยายไปสู่ suppliers, partners ที่เราต้องการมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนกลุ่มนี้เช่นกัน)

  4. HOW : Magic Process กระบวนการสุดพิเศษที่มีแต่เราเท่านั้นที่ทำได้ เป็นกรรมวิธีที่ทำให้เราส่งมอบคุณค่าของ WHAT ไปถึง WHO ได้ดีที่สุด

  5. WHY US : เหตุใดเราจึงเป็นคนที่ทำสิ่งนี้ได้ดีที่สุดและ เราจะทำสิ่งนี้ได้ดีที่สุดได้ ก็ด้วยการฝึกฝนทำซ้ำจนเป็น behaviors and habits ของเรา

1.4 Our Who and our Why


ผลลัพธ์ทึ่ได้จาก Workshop Ikigai Branding นอกจากจะทำให้เราได้ค้นพบ Big Why ที่เข้มแข็งและชัดเจนขึ้น สร้างความเชื่อเป็นหนึ่งเดียวกันของลูกทีม noburo ทุกคนแล้ว มันยังนำไปสู่ความเข้าใจในตัวกลุ่มลูกค้าที่เค้ามีปัญหาเรื่องหนี้ ซึ่งพวกเราเรียกชื่อแทนว่า “พี่ฟ้า” ได้ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา


กระบวนการหา Big Why นี้เริ่มต้นจากการที่เราให้ทุกคน มองเห็น Who หรือ พี่ฟ้า ลูกค้าคนสำคัญของเราให้ชัดเจนก่อน พี่ฟ้าของ โนบูโร คือตัวแทนของ กลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการ (Operation Workers) อาจจะไม่ได้จบสูงนัก และส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานบ้านกิดของตนเองมาหาโอกาสในเมืองใหญ่ พี่ฟ้าคือตัวแทนของ “สาวโรงงาน” ที่เข้าสู่วังวนปัญหาหนี้สิน ที่สถาบันการเงินต่างๆ ต่างส่ายหัวไม่ยอมให้เงินกู้ง่ายๆ เพราะมันหมายถึงความเสี่ยงที่สถาบันการเงินต้องแบกรับ แต่โนบูโรไม่คิดแบบนั้น เราเชื่อว่า ถ้าเรายิ่งละเลยพวกเค้า เค้าจะยิ่งถูกผลักออกไปนอกระบบ มีแต่จะทำให้ปัญหาพอกพูน ใหญ่โตขึ้นไปอีก ถ้าเปรียบการติดหนี้นอกระบบ หรือ มีหนี้สินล้นพ้นตัวจนค้างชำระ เหมือนกับคนจมน้ำแล้ว วิธีการแก้เดียวที่จะช่วยพี่ฟ้าของเราคือ ช่วยฉุดเค้าขึ้นมาจากน้ำให้เร็วที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ต้องรีบทำให้เค้าเห็นว่า เค้ามีศักยภาพที่จะหลุดพ้นจากหนี้เหล่านั้นได้อย่างถาวร ด้วยศักยภาพในตัวของเค้าเอง เพื่อที่จะทำให้เค้าไม่กลับไปจมน้ำใหม่ ผ่านการฝึกฝนความรู้และทักษะทางการเงินที่โนบูโรพร้อมมอบให้นั่นเอง


1.5 Wealth-being


ย้อนกลับไปที่เป้าหมายของพวกเราชาวโนบูโร หลัง workshop จบลงพวกเราก็ได้วางเป้าหมายสูงสุดที่จะมอบให้ ลูกค้าของเรา สิ่งนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันที่จะป้องกันภาวะจมน้ำจากหนี้นอกระบบอย่างถาวร พวกเราเรียกสิ่งนี้ว่า Wealth-being ซึ่งมาจากคำว่า Wealth + Well-being


ที่โนบูโรเราเชื่อว่า...

ทุกคนมีศักยภาพที่มีความสุขทางด้านการเงิน

มีความสามารถในการจัดการสถานะการเงินของตนเอง

สามารถจะเติมเต็มความฝัน ได้ดูแลคนที่ตนเองรัก

และสามารถที่จะมีชีวิตที่ดี มีคุณค่า มีความหมายได้

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น เกิดจาก Wealth ที่ดี


คำว่า Wealth ของโนบูโร จึงแปลว่า Abundance of money, asset & beyond

หรือ ความอุดมสมบูรณ์พูลสุข ทั้งการเงิน ทรัพย์สิน และความสุขทางใจ ซึ่งในแต่ละคน ความสุข ความอุดมสมบูรณ์ที่ว่านี้อาจจะไม่จำเป็นต้องเกิดจากจำนวนเงิน-ทรัพย์สินที่เท่าๆกัน แต่ถ้านั่นคือความสุขของพวกเค้า โนบูโจะขอเป็นเพื่อนร่วมทาง ที่จะค่อยๆช่วยกันเติมเต็มและเติบโตไปพร้อมๆกัน


เหมือนกับชื่อของเราในภาษาญี่ปุ่น

Nobu (信) แปลว่า ความเชื่อ ความศรัทธา ความจริงแท้

Ro (路) แปลว่า หนทาง


Noburo (信路) จึงคือ ความศรัทธาที่เรามีต่อศักยภาพในตัวมนุษย์ทุกคน ที่เกิดเป็นความเชื่อใจ ที่เรามีให้ลูกค้าของเราทุกคน และเราจะสร้างหนทางที่จะช่วยพี่ฟ้าปลดล็อคศักยภาพที่มีอยู่ภายในตนเอง ช่วยให้เค้าค้นพบเวอร์ชันที่ดีที่สุดในแบบที่ตนเองเป็นได้ เราขอเป็นหนทางที่จะช่วยให้เค้า เดินไปถึงเป้าหมายของความสุขสมบูรณ์ และความฝันที่ตั้งไว้ ไม่ว่าความฝันนั้นจะมีหน้าตาเป็นเช่นไรก็ตาม


Noburo = A path of trust


หนทางแห่งความเชื่อใจ



ดู 123 ครั้ง