🤦🏻‍♂️เมื่อหนี้สินพนักงานกลายเป็นปัญหาระดับชาติ องค์กรจะเป็น Hero แก้วิกฤตนี้ได้อย่างไร 👼🏻

อัปเดตเมื่อ 19 เม.ย.


วิธีการช่วยเหลือในฐานะองค์กรที่ห่วงใยพนักงาน การลงมือแก้ไขวิกฤตหนี้ครัวเรือน มะเร็งร้ายระดับชาติ นั่นก็คือการริเริ่มสวัสดิการทางการเงินที่ดีที่สามารถเป็นเครื่องมือและกระบวนการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน

.

ปัญหาการเงินระดับชาติหรือหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงนั้นไม่ได้เพิ่งเกิด แต่แค่ทวีคุณความรุนแรงอย่างมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพราะสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในฐานะของนายจ้าง องค์กรสามารถเป็น Hero ทำหน้าที่บรรเทาทุกข์ของพนักงานได้ด้วยการริเริ่ม 3 เรื่อง ควบคู่กันตามคำแนะนำจากธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่

.

“ช่องทางเพิ่มรายได้ของพนักงานทั้งจากตัวงาน และรายได้เสริม”

.

เพราะหากรายได้ไม่เพียงพอ นั่นคือสาเหตุของการก่อหนี้ องค์กรควรพิจารณาถึงโอกาสในการเพิ่มศักยภาพของพนักงานแล้วให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติม หรือในช่วงเวลาที่องค์กรไม่สามารถขึ้นเงินเดือนได้ก็ควรสร้างพื้นที่และช่องทางในการหารายได้เสริมทั้งภายในและนอกองค์กรให้กับพนักงาน

.

“แนวทางในการปลดหนี้เดิมจากสวัสดิการภายในและโครงการรัฐ”

.

การลดภาระในการจ่ายหนี้ดอกเบี้ยแพงจะทำให้พนักงานมีเงินเหลือเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนเพื่อมาใช้จ่าย องค์กรควรมีแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรมภายใน เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานที่มีความจำเป็น รวมถึงการแนะนำพนักงานให้เข้าร่วมโครงการของรัฐก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้พนักงานสามารถปลดหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

“กิจกรรมส่งเสริมความรู้พื้นฐานการปรับพฤติกรรมด้านการเงิน”

.

วินัยและความรู้ทางการเงินนั้นเกิดจากการสั่งสมและต้องใช้ระยะเวลา การสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแรงสนับสนุนภายในจากองค์กรในรูปแบบโครงการ จะสร้างการขวนขวายการเรียนรู้ การมีรางวัลเพิ่มเติมเมื่อพนักงานสำเร็จการเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและพนักงาน และยังแสดงออกถึงความปรารถนาดีของนายจ้างอีกด้วย

.

นายจ้างสามารถเป็น Hero ช่วยพนักงานฟันฝ่าวิกฤตที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ด้วยการเริ่มต้นสวัสดิการการเงินพนักงานที่อย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยเหลือพนักงานที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าแล้ว ยังนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการจัดการกับปัญหาที่สั่งสมมานานอย่างจริงจังของประเทศอีกด้วย องค์กรสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ หรือปรึกษา noburo

.

อ้างอิง : https://www.bot.or.th/.../Pages/Article_18Jan2022-2.aspx