😫 โดนเจ้าหนี้ฟ้องอย่าพึ่งตกใจหนี..บทความนี้อาจช่วยคุณได้ !


ถอดบทเรียนจากไลฟสด ‘ถามทุกข์ ตอบสุข Special’ ตอน ‘รู้กฎหมาย ไร้ปัญหาหนี้’ จากวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 เมษายน 2565) ว่าด้วยเรื่องของ “ทำอย่างไรดี หากผิดนัดชำระหนี้ โดนฟ้อง ได้รับหมายศาล” ซึ่งมี คุณณัฐพงศ์ รงค์ทอง คุณพรปวีณ์ อุดมรัตนะศิลป์ นิติกรประจำศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คุณณัฐ จินตพิทักษ์กุล ทนายความประจำศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาช่วยให้ความรู้และไขปัญหาต่างๆของลูกหนี้เมื่อถูกฟ้องดำเนินคดี เราได้รวบรวมคำถามและคำตอบให้ดังนี้

.

1.การผิดนัดชำระหนี้

.

เมื่อลูกหนี้ผิดนัดการชำระหนี้ โดยทั่วไปแล้วเจ้าหนี้จะส่งจดหมายถึงลูกหนี้เพื่อเป็นการเตือนและทวงถามหนี้ก่อน ตามอายุความในแต่ละข้อพิพาท (หนี้แต่ละแบบมีอายุความไม่เท่ากัน)

.

🙋🏻‍♂️ แล้วสิ่งที่คนเป็นลูกหนี้อย่างเราควรทำคืออะไร ?

.

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การไปเจรจาผ่อนผันกับเจ้าหนี้ บอกเหตุผลให้เจ้าหนี้ได้รับรู้และเข้าใจ ว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้ที่เหลืออยู่เท่าไหร่

.

🙋🏻‍♂️ แล้วถ้าหากเราไม่ไปเจรจากับเจ้าหนี้เลยล่ะ?

.

นักกฎหมายของเราบอกว่า ‘ไม่ว่ายังไง ไปดีกว่าไม่ไป’ เพราะการไม่ไปคือการที่เราไม่ได้แจ้งปัญหาของลูกหนี้อย่างเรา ทำให้เสียเปรียบและเสียโอกาสในการเจรจา ท้ายที่สุดแล้วเจ้าหนี้ก็จะบังคับให้เราจ่ายหนี้ในรูปแบบที่เขากำหนดเอง

.

2 การถูกฟ้องจากเจ้าหนี้

.

ก่อนอื่นเลยอย่าพึ่งตกใจกับหมายที่ได้รับ หากได้รับหมายศาล หมายศาลจะส่งไปตามที่อยู่ตามบัตรประชาชนของลูกหนี้

.

🙋🏻‍♂️. ได้รับหมายศาล ต้องทำยังไงบ้าง?


อ่านและทำความเข้าใจกับหมายศาลที่เราได้รับ เช็คความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงเช็คว่าใช่หนี้ที่เราก่อไว้ไหม ถ้าไม่ใช่ เรียกคนก่อมาใช้หนี้ร่วมกันได้นะ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่บัตรเครดิตเป็นของเราแต่คนที่เอาไปใช้ไม่ใช่เรานั่นเอง ก็สามารถเอาเพื่อนที่เอาบัตรไปกดมาช่วยกันรับผิดชอบได้ และให้ไปให้การกับศาลตามวันเวลาที่กำหนดไว้

.

🙋🏻‍♂️ถ้าได้รับหมายศาลแล้วไม่ได้ไป จะเป็นไรไหม ?

.

ถ้าได้รับหมายศาลแล้วไม่ไป ก็เท่ากับเสียเปรียบเจ้าหนี้ อย่างน้อยก็ไกล่เกลี่ยกันได้ เพราะงั้นไปดีกว่า แต่ถ้านัดแล้วแต่ไม่ว่าง สามารถเลื่อนได้แต่ต้องมีหลักฐาน หรือให้คนอื่นไปแทนก็ได้แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจน

.

ถ้าไม่ไปตามนัดจริงๆ จะมีการสืบพยานฝ่ายเดียว ศาลก็อาจจะพิพากษาได้วันนั้นเลย ทำให้เราเสียเปรียบจากเจ้าหนี้ได้จริงนะๆ เพราะหากศาลตัดสินและส่งหมายถึงบ้านแล้ว ลูกหนี้จะต้องทำการชำระหนี้ภายใน 30 วัน ถ้าไม่จ่ายตามนัด เจ้าหนี้ก็สามารถขอให้ศาล ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ แม้แต่ประกันชีวิตที่เราทำไว้เองก็ตาม

.

🙋🏻‍♂️ กรณีที่ไม่รู้มาก่อนว่ามีการส่งหมายนัดไปเจรจา หรือมาถึงขั้นที่มีการยึดทรัพย์สินแล้ว ควรทำยังไงดี ?

.

เราสามารถเข้ายื่นคำให้การแก่ศาลได้ในขณะที่กำลังพิจารณาคดีความ แต่หากเลยมาถึงขั้นการยึดทรัพย์สินแล้ว สามารถขอให้ศาลพิพากษาได้ภายใน6เดือน

.

🙋🏻‍♂️ ถ้ามาถึงขั้นที่ถูกยึดทรัพย์สินแล้วจริงๆ ไม่มีอะไรให้ยึดจะถือว่า ล้มละลายเลยไหม ?

.

การเป็นบุคคลล้มละลายได้นั้น คือการมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือมีหนี้มากกว่าทรัพย์ สำหรับคนธรรมดา การมีหนี้มากกว่าทรัพย์ 1 ล้านบาทถือว่าเป็นบุคคลล้มละลายทางกฎหมาย

.

🙋🏻‍♂️เป็นบุคคลล้มละลาย แล้วจะเป็นยังไง ?

.

เป็นผลเสียกับตัวลูกหนี้แน่นอน เพราะจะทำให้ลูกหนี้เสียเครดิต ในการเงินทำกู้เงินมาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ในอนาคตนับเป็นเรื่องยากแน่นอน เปรียบเหมือนเป็นคนตายในโลกของการเงินที่ไม่สามารถทำธุรกรรมอะไรเองได้

.


3.การนัดไปไกล่เกลี่ย

.

การไกล่เกลี่ยครั้งแรกไม่จำเป็นต้องมีทนายความ แต่ต้องแนวทางไปคุยกับเจ้าหนี้ก่อนตามศักยภาพของตัวเอง ว่าจะไกล่เกลี่ยใช้ยังไง

.

🙋🏻‍♂️ การเตรียมตัวสำหรับการไกล่เกลี่ยเบื้องต้น สำหรับลูกหนี้มีอะไรบ้าง ?

.

📍การเตรียมตัวในการไกล่เกลี่ย สำหรับลูกหนี้

.

-เช็คการจ่ายย้อนหลัง และยอดหนี้คงเหลือ หากเคยใช้หนี้ไปแล้วไปแล้วแต่เจ้าหนี้ฟ้องเต็ม ก็ต้องเอาหลักฐานไปยืนยันว่าจ่ายแล้วนะ

-เช็คอายุความของหนี้แต่ละประเภท เช่น หนี้บัตรเครดิต มีอายุความ 2 ปี ถ้าขาดอายุความแล้วไม่ต้องชำระก็ได้

.

4. การขายหนี้ให้กับเจ้าหนี้รายใหม่

.

การขายหนี้ในที่นี้ หมายถึง การเปลี่ยนเจ้าหนี้รายใหม่ โดยที่สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ก่อน แต่เจ้าหนี้รายใหม่จะส่งจดหมายไปหาลูกหนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าตนได้เป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้คนดังกล่าวแล้ว

.

🙋🏻‍♂️ เจ้าหนี้รายใหม่ฟ้องลูกหนี้ได้ไหม ?

.

สามารถฟ้องได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของเวลาที่นับตั้งแต่การผิดนัดชำระหนี้จากเจ้าหนี้รายเก่า

ในมุมของลูกหนี้ เอาข้อต่อสู้เดิมไปสู้ได้ เปลี่ยนเจ้าหนี้แล้วไม่มีผล เปรียบได้เหมือนเป็นคนเดียวกัน

.

จะเห็นได้ว่าในทุกขั้นตอนมีวิธีการไกล่เกลี่ยและเจรจารสำหรับทั้งสองฝ่ายเสมอ เพราะงั้นการไปตามนัดเพื่อเจรจาหาทางออกในการใช้หนี้ ย่อมเป็นประโยชน์กว่า การหนีหนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีแต่จะเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับเรามากขึ้นเรื่อยๆ ยังไงการไปคุยกับเจ้าหนี้เพื่อเจรจา ก็ยังเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับเรานะคะ

.

#noburo #Wealthbeing #ปลดหนี้ #มีหนี้ #พิชิตหนี้มีเงินแสน #ความรู้คู่ทุ่น #ฟ้องหนี้




ดู 10 ครั้ง