10 สวัสดิการที่พนักงานบริษัทยุคใหม่ต้องการ มีอะไรบ้างในปี 2025
- Wealth-being by noburo

- 21 พ.ย. 2568
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 3 ธ.ค. 2568
สวัสดิการพนักงานไม่ใช่แค่ "ข้อบังคับ" แต่เป็น "เครื่องมือรักษาคนเก่ง" ที่ช่วยลด Turnover Rate ได้ถึง 40%
3 ประเภทสวัสดิการพนักงานที่ทุกบริษัทต้องมี: สวัสดิการพื้นฐานตามกฎหมาย สวัสดิการเพิ่มเติม สวัสดิการ พนักงาน ยุค ใหม่
องค์กรที่มี Flexible Work และ Mental Health Support รักษาพนักงานได้นานกว่า 2 เท่า
70% ของ Gen Z เลือกบริษัทจากสวัสดิการบริษัทมากกว่าเงินเดือน โดยเฉพาะ Work-Life Balance

ในยุคที่การแข่งขันด้านแรงงานสูงขึ้น การดูแล “พนักงาน” ให้รู้สึกมั่นคงและมีคุณค่าในที่ทำงานกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดขององค์กรสวัสดิการพนักงานจึงไม่ใช่เพียงต้นทุน แต่เป็นการ “ลงทุนในคน” ที่ช่วยให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีแรงจูงใจในการทำงาน และลดอัตราการลาออกของบุคลากรได้อย่างมีนัยสำคัญ
จากการศึกษาของ Gallup พบว่า องค์กรที่มีสวัสดิการบริษัทที่ดีสามารถลดอัตราการลาออกของพนักงานได้ถึง 40% และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า 20% เมื่อเทียบกับองค์กรที่ให้เพียงสวัสดิการพื้นฐาน หลายองค์กรจึงเริ่มมองหาวิธีออกแบบสวัสดิการพนักงานยุคใหม่ที่ตอบโจทย์มากกว่าแค่ “เงินเดือน” แต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยให้พนักงาน “มีสุขภาพดี มีความมั่นคง และมีความสุขกับงาน” อย่างแท้จริง

สวัสดิการพนักงาน คืออะไร?
สวัสดิการพนักงาน คือ ผลประโยชน์หรือสิทธิประโยชน์ที่องค์กรมอบให้แก่พนักงาน เพื่อช่วยให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยอาจอยู่ในรูปของ เงิน สิ่งของ หรือบริการ ที่องค์กรจัดให้เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าจ้าง เช่น ประกันสุขภาพ เงินโบนัส วันลาพักร้อน หรือสวัสดิการกู้ยืม
สวัสดิการบริษัทจึงเป็นเหมือน “สะพานเชื่อม” ระหว่างพนักงานกับองค์กร ช่วยให้เกิดความไว้วางใจ ความผูกพัน และแรงจูงใจที่จะอยู่ร่วมกันในระยะยาว
ในยุคดิจิทัล แนวคิดเรื่องสวัสดิการพนักงานยุคใหม่ ได้พัฒนามาจากการมอบสิทธิประโยชน์แบบตายตัว ไปสู่การออกแบบสวัสดิการที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของพนักงานแต่ละคน
สวัสดิการพนักงานตามกฎหมายแรงงานที่พนักงานต้องได้รับ
กฎหมายแรงงานกำหนดให้ทุกองค์กรต้องจัดสวัสดิการพนักงานพื้นฐานเพื่อคุ้มครองสิทธิของพนักงาน ได้แก่
วันหยุดประจำสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
วันลาพักร้อนประจำปี (ไม่น้อยกว่า 6 วันต่อปี หลังทำงานครบ 1 ปี)
ค่าล่วงเวลา / ค่าทำงานในวันหยุด ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ประกันสังคม เพื่อคุ้มครองด้านสุขภาพ การเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน หรือเกษียณ
ค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง ตามระยะเวลาการทำงาน
สวัสดิการพนักงานขั้นพื้นฐานเหล่านี้คือสิ่งที่ “พนักงานทุกคนควรได้รับตามสิทธิ” และเป็นฐานสำคัญของการดูแลคนในองค์กร ซึ่งทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้
สวัสดิการบริษัทเพิ่มเติมที่องค์กรจัดหาให้พนักงาน
นอกจากสวัสดิการพนักงานตามกฎหมาย หลายองค์กรยังมอบ “สวัสดิการเพิ่มเติม” เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้อยู่กับบริษัทนานขึ้น เช่น
ประกันสุขภาพ / ประกันชีวิตกลุ่ม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
โบนัสประจำปี / ผลตอบแทนตามผลงาน
สวัสดิการอบรมและพัฒนาทักษะ
สวัสดิการช่วยเหลือด้านการเงิน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือสวัสดิการจากโครงการอย่าง noburo สวัสดิการพิชิตหนี้ มีเงินออม
เวลาทำงานยืดหยุ่น (Flexible Work / Hybrid Work)
สวัสดิการด้านสุขภาพจิต (Mental Health Support)เช่น โปรแกรมสนับสนุนสุขภาพจิตแบบเฉพาะ เช่น การให้คำปรึกษา, โค้ชชิ่ง, หรือโปรแกรม Well-being
กิจกรรมสร้างความสุข เช่น Outing / Work-Life Program / Wellness Day สวัสดิการที่รองรับไลฟ์สไตล์ เช่น เงินสนับสนุนกิจกรรม, ส่วนลดฟิตเนส, คอร์สสปา
สนับสนุนการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ให้พนักงานเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับงานและไม่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น คอร์สทำอาหาร เรียนปลูกผัก หรืออบรมออนไลน์ต่าง ๆ
สวัสดิการเหล่านี้ช่วยให้องค์กรไม่เพียง “ดูแลพนักงาน” แต่ยัง “เติมพลังให้พนักงานอยากพัฒนาและอยู่ต่อ”

สวัสดิการพนักงานมีอะไรบ้าง? สำหรับพนักงานเอกชน
พนักงานเอกชนมักได้รับสวัสดิการที่ผสมผสานระหว่าง พื้นฐานตามกฎหมาย + สิทธิพิเศษของแต่ละบริษัท ตัวอย่างเช่น
ประเภทสวัสดิการ | ตัวอย่างสวัสดิการทั่วไป |
ด้านสุขภาพ | ประกันสังคม / ประกันสุขภาพเอกชน / ตรวจสุขภาพประจำปี |
ด้านการเงิน | โบนัส / เงินช่วยเหลือ / สวัสดิการกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ |
ด้านครอบครัว | ลาคลอด / ลาบวช / ลาดูแลผู้ป่วย / ของขวัญวันเกิดลูก |
ด้านการทำงาน | เวลาทำงานยืดหยุ่น / ทำงานที่บ้าน / พื้นที่พักผ่อน |
ด้านพัฒนาอาชีพ | อบรม / ทุนการศึกษา / การพัฒนา Soft Skills |
ด้านคุณภาพชีวิต | กิจกรรมองค์กร / ท่องเที่ยวประจำปี / ของรางวัล / สวัสดิการจิตใจ |
สวัสดิการพนักงาน คือหัวใจของการบริหารคนในยุคใหม่ เพราะพนักงานที่ได้รับการดูแลอย่างเข้าใจ ย่อมตอบแทนองค์กรด้วยความตั้งใจและผลงานที่ดีที่สุด
องค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน คือองค์กรที่เข้าใจว่า สวัสดิการพนักงานยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงการ "ให้มากที่สุด" แต่คือการ "ให้ตรงใจที่สุด"
โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance, Mental Health และ Flexibility มากกว่าเงินเดือนเพียงอย่างเดียว องค์กรที่เข้าใจและปรับตัวตามแนวโน้มนี้ จะเป็นองค์กรที่ชนะใจคนรุ่นใหม่และประสบความสำเร็จในระยะยาว 💙
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงาน
Q1: พนักงานทุกคนต้องได้รับสวัสดิการพนักงานเท่ากันไหม?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป องค์กรสามารถจัดสวัสดิการตามตำแหน่ง ระดับ หรือเงื่อนไขการจ้างงานได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
Q2: สวัสดิการพนักงานสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม?
ได้ หากองค์กรมีการแจ้งล่วงหน้าและได้รับความยินยอมจากพนักงาน โดยควรทำอย่างโปร่งใสและมีเหตุผลรองรับ
Q3: พนักงานสามารถเลือกสวัสดิการพนักงานที่ต้องการเองได้ไหม?
องค์กรสมัยใหม่หลายแห่งเริ่มใช้แนวคิด “Flexible Benefits” ให้พนักงานเลือกสวัสดิการตามความต้องการ เช่น เลือกเพิ่มวงเงินสุขภาพ หรือเลือกสวัสดิการทางการเงิน




ความคิดเห็น